ทันตกรรมทั่วไป

(General Dentistry)

ให้บริการเกี่ยวกับ

การตรวจวินิฉัย การถ่ายภาพเอกซเรย์ การให้คำปรึกษาพร้อม การวางแผนการรักษา เป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งสำหรับทันตกรรมสมัยใหม่ ช่วยในการวางแผนการรักษาที่ถูกต้องและเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงที่สุด

ขูดหินปูน

(Dental Scaling)

ขูดหินปูน (Dental Scaling)   เป็นวิธีในการกำจัดคราบหินปูนที่เกาะอยู่ตามบริเวณฟันและซอกฟัน

คราบหินปูน (Dental Tartar) คือคราบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่รวมตัวกับโปรตีนหรือเศษอาหารกลายเป็นแผ่นจุลินทรีย์เกาะอยู่ที่ขอบฟันที่ติดกับเหงือก เมื่อทับถมกันมากเข้าก็จะมีลักษณะเป็นคราบหินปูน และเกาะแน่นที่ฟันจนอาจทำให้เกิดโรคปริทันต์ หรือโรคเหงือกได้

images

การเตรียมตัวก่อนขูดหินปูน

การขูดหินปูนจะใช้เวลาในการทำไม่นาน และไม่จำเป็นต้องพักฟื้น โดยส่วนใหญ่ก่อนจะทำการขูดหินปูนแพทย์จะแนะนำให้ทำการตรวจสุขภาพฟันเสียก่อน ทั้งนี้หากมีการนัดล่วงหน้า ทันตแพทย์จะแนะนำดูแลความสะอาดช่องปากมาก่อนที่จะมาพบทันตแพทย์ เพื่อจะได้สะดวกต่อการขูดหินปูน อีกทั้งหากผู้ป่วยมีการใช้ยาต้านเกล็ดเลือดก็ควรหยุดใช้ยา 7-10 วัน ก่อนมาพบทันตแพทย์

ทำไมต้องขูดหินปูน ?

การขูดหินปูนถือเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันโรคเหงือก อีกทั้งยังเป็นการรักษาโรคเหงือกด้วยเช่นกัน โดยทันตแพทย์จะทำการขูดคราบหินปูนออก และขัดฟันให้สะอาด ซึ่งหลังจากการขูดหินปูนแล้ว ผู้เข้ารับการขูดหินปูนควรรักษาความสะอาดของช่องปาก และทำตามแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อช่วยให้สุขภาพช่องปากดี และมีเหงือกที่แข็งแรง

ทั้งนี้การขูดหินปูนเพื่อรักษานั้นจะทำก็ต่อเมื่อเหงือกเริ่มแยกออกจากฟันจนกลายเป็นร่อง จนทำให้คราบแบคทีเรียตกลงไปในระหว่างฟันและเหงือกจนไม่สามารถทำความสะอาดได้ด้วยการแปรงฟัน นอกจากนี้ หากคราบแบคทีเรียเริ่มเกาะตัวกันจนกลายเป็นคราบแข็งก็ควรทำการขูดหินปูนเพื่อป้องกัน เนื่องจากหากปล่อยไว้ก็จะทำให้กลายเป็นโรคเหงือก และเป็นสาเหตุให้สูญเสียฟันได้

การดูแลรักษาหลังจากขูดหินปูน

หลังจากการขูดหินปูนแล้ว อาจรู้สึกเจ็บปวดอย่างน้อย 1-2 วัน และอาจมีอาการเสียวฟันประมาณ 1 สัปดาห์ บางครั้งหากหินปูนสะสมอยู่มาก การขูดหินปูนก็อาจจะทำให้เหงือกบวม รู้สึกเจ็บเวลาที่กด หรือมีเลือดออกได้ แต่ถ้าหากมีเลือดออกและรู้สึกเจ็บติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็ควรกลับมาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจดูความผิดปกติอีกครั้งหนึ่ง

อุดฟัน

(Dental Filling)

อุดฟัน (Dental Filling) เป็นวิธีที่ใช้รักษาฟันที่ถูกทำลายจากฟันผุจนเป็นโพรงหรือรู ซึ่งการอุดฟันจะช่วยป้องกันไม่ให้มีฟันผุเพิ่มขึ้นด้วยการปิดช่องทางไม่ให้แบคทีเรียเข้าไปได้อีก

ขั้นตอนการอุดฟัน

การอุดฟันเป็นเรื่องที่ง่ายไม่ซับซ้อน โดยฟันผุในเบื้องต้นจะยังไม่ปรากฏให้เห็นทางกายภาพมากนัก ซึ่งในบางครั้งฟันยังดูปกติดี แต่ทันตแพทย์สามารถจะดูได้จากการเอกซเรย์ว่ามีฟันผุที่บริเวณเนื้อฟันใต้เคลือบฟัน (Enamel) หรือมีการติดเชื้อที่รากฟันหรือไม่ รวมไปถึงดูว่ามีการสึกกร่อนของกระดูกในบริเวณรอบ ๆ ฟันหรือไม่

เมื่อทราบสภาพของฟันผุนั้น ๆ แล้ว ทันตแพทย์จะเริ่มจากการใช้ยาชาบริเวณฟันที่จะอุด และจะกรอฟันในส่วนที่ผุออกไปด้วยการใช้เครื่องมือหรือเลเซอร์ ซึ่งการเลือกใช้เครื่องมือจะขึ้นอยู่กับความถนัดของทันตแพทย์ รวมไปถึงตำแหน่งและขนาดของฟันผุ หลังจากนั้นจะมีการทำความสะอาดฟันให้เหลือแต่เนื้อฟันที่แข็งแรงเพื่อให้พร้อมต่อการอุดฟัน

ในขั้นตอนของการอุดฟัน จะเป็นการเติมเต็มหรือแทนที่ด้วยวัสดุที่ใช้อุดฟัน ซึ่งทันตแพทย์จะเลือกให้เหมาะสมและตามความต้องการของคนไข้ เวลาที่ใช้ในการอุดฟันจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพฟันของผู้ป่วย

คอมโพสิตเรซิ่น (Composite Resin) คืออะไร ?

  • คอมโพสิตเรซิ่น (Composite Resinข้อดี
    • ไม่มีสารปรอท วัสดุอุดประเภทนี้ประกอบด้วยอคริลิก และผงแก้ว
    • ดูแล้วเหมือนสีฟันธรรมชาติ สวยงาม
    • สามารถใช้ฟันซี่นั้นได้เลยหลังอุดไม่ต้องรอ
    • ทันตแพทย์ไม่ต้องกรอฟันออกมาก

การเตรียมตัวก่อนอุดฟัน

ควรอุดฟันเมื่อฟันผุจนทำให้เกิดเป็นช่องหรือรูที่เนื้อฟัน หากไม่ได้รับการอุดฟันโดยเร็วก็อาจจะทำให้ลุกลามมากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดฟันและอาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงขึ้น เช่น ทำให้สูญเสียกระดูก ดังนั้นหากรู้ตัวว่ามีฟันผุ ควรติดต่อทันตแพทย์เพื่ออุดฟันทันที

การเตรียมตัวก่อนการอุดฟัน ทันตแพทย์จะพิจารณว่าผู้ป่วยสามารถทำการรักษาได้หรือไม่ โดยทำการตรวจสภาพฟันและเหงือก ซึ่งฟันซี่ที่จะอุดต้องเป็นฟันผุที่ไม่ลามไปจนถึงโพรงประสาทฟันและต้องมีเนื้อฟันเหลือพอให้วัสดุที่ใช้อุดฟันยึดเกาะได้ และยังพิจารณาถึงโรคประจำตัวและยาที่ใช้เป็นประจำของผู้ป่วยด้วย

ถอนฟัน

(Tooth Extraction)

การคงรักษาฟันไว้เป็นผลดีต่อความสวยงามของช่องปากและฟัน รวมถึงการบดเคี้ยวอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ แต่บางครั้งการถอนฟันออกไปก็เป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

สาเหตุที่ควรถอนฟัน

  • เกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดความเสียหายขึ้นกับฟันมากเกินกว่าที่ทันตแพทย์จะซ่อมแซมแก้ไขได้
  • ฟันผุรุนแรง จนเกิดความเสียหายขึ้นกับโพรงประสาทฟัน
  • เป็นโรคเหงือกอย่างรุนแรง
  • มีปัญหาฟันคุด
  • เตรียมพื้นที่สำหรับการจัดฟัน
  • เหตุผลอื่น ๆ อีก เช่น การถอนฟันน้ำนมของเด็ก ที่ไม่ยอมหลุดออก เพื่อให้ฟันแท้ได้ขึ้นมา การถอนเนื่องจากมีอาการติดเชื้อ หรือถอนเพื่อเข้ารับการบำบัดรักษาโรคร้ายแรงบางอย่าง

ข้อห้ามและการเตรียมตัวก่อนการถอนฟัน

การถอนฟันนั้นค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็เสี่ยงที่เชื้อแบคทีเรียจำนวนมหาศาลในปากจะแพร่เข้าสู่ร่างกายทางกระแสเลือด นอกจากนี้เนื้อเยื่อของเหงือกเองก็อาจติดเชื้อได้เช่นกัน ทั้งนี้คนไข้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงอาจต้องได้รับยาปฏิชีวนะก่อนและหลังถอนฟัน การถอนฟันแต่ละครั้งจึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงประวัติการรักษาของตนเอง ยาและอาหารเสริมที่กำลังใช้อยู่ รวมถึงหากมีอาการป่วยหรือได้รับการรักษาข้อใดต่อไปนี้

  • มีปัญหาเกี่ยวกับลิ้นหัวใจหรือต้องใช้ลิ้นหัวใจเทียม
  • เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • เป็นโรคตับ
  • เคยผ่าตัดใส่ข้อเทียม เช่น ข้อต่อสะโพกเทียม
  • มีประวัติเยื่อบุหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อ (Bacterial Endocarditis)

ผ่าตัดฟันคุด

(Wisdom Teeth Removal)

ฟันคุด (Impacted Tooth, Wisdom Tooth) คือ ฟันที่ไม่สามารถขึ้นในช่องปากได้ตามปกติ อาจขึ้นได้เพียงบางส่วนหรือไม่ขึ้นมาเลย เพราะเป็นฟันที่ขึ้นช้ากว่าฟันซี่อื่นๆ ทำให้ไม่มีที่ว่างขึ้นได้ พบได้บ่อยที่สุดบริเวณฟันกรามล่างซี่ที่สาม (Third Molar) หรือซี่สุดท้าย จนคิดกันว่าฟันคุดจะขึ้นเฉพาะบริเวณนี้ แต่ฟันคุดสามารถเกิดกับฟันซี่อื่นได้เหมือนกัน เช่น ฟันเขี้ยว (Canine) ฟันกรามน้อย (Premolar) เป็นต้น โดยปกติแล้วฟันกรามซี่สุดท้ายควรขึ้นเมื่ออายุ 16-22 ปี แต่เมื่อถึงช่วงอายุดังกล่าวแล้วแต่ฟันยังไม่ขึ้น ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติเพื่อทำการรักษาก่อนที่อาการปวดจะเกิดขึ้น

พบว่ามีฟันคุด แต่ไม่ผ่าออกได้หรือไม่ ?

เมื่อทันตแพทย์ตรวจพบว่าผู้ป่วยมีฟันคุด วิธีการที่ดีที่สุดคือการผ่าตัดฟันคุดออกตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะมีอาการปวด และการผ่าตัดก็สามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ผลข้างเคียงน้อยกว่าเมื่อปล่อยทิ้งไว้จนเกิดอาการปวดหรือบวมไปแล้ว เพราะถ้าไม่ผ่าตัดออกจะทำให้เกิดผลเสียดังต่อไปนี้

1. เหงือกอักเสบ เป็นที่หมักหมมของเศษอาหาร ทำให้มีกลิ่นเหม็นและบวม

2. ปริทันต์อักเสบ ทำให้ฟันข้างเคียงผุได้ง่าย เพราะยากต่อการทำความสะอาด

3. มีการละลายของรากฟันซี่ข้างเคียง เนื่องจากแรงดันของฟันคุด

4. ปวดฟัน ปวดกระดูกขากรรไกร เนื่องจากเกิดการติดเชื้อ หรือมีแรงดันต่อโพรงประสาทฟันบริเวณปลายรากฟัน บางครั้งอาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะโดยไม่ทราบสาเหตุ

5. แรงดันของฟันคุดทำให้เกิดการบิดเกของฟันข้างเคียง ฟันซี่หน้า และซี่ถัดไป

6. ขากรรไกรบริเวณฟันคุดหักง่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือได้รับแรงกระแทก

7. ฟันคุดที่ฝังอยู่ในขากรรไกร จะมีเยื่อหุ้ม ซึ่งอาจทำให้พัฒนาไปเป็นถุงน้ำ (Cyst) และโตขึ้นเรื่อยๆ จนอาจเกิดมะเร็งกรามช้างตามมาได้

ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าฟันคุด

ภายหลังผ่าตัดอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น อาการติดเชื้อหลังผ่าตัด หากฟันคุดอยู่ลึก ต้องใช้เวลาในการทำนาน หรือคนไข้ไม่ดูแลรักษาความสะอาดแผลผ่าตัด, เลือดออกมาก เช่น ฟันคุดอยู่ใกล้เส้นเลือดมาก หรือไหมที่เย็บไว้หลุด เป็นต้น หากเป็นดังนี้ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์ทันที, ริมฝีปากชาหลังผ่าตัด เนื่องจากฟันคุดอยู่ใกล้เส้นประสาทหรือรากของฟันคุดเกี่ยวอยู่กับเส้นประสาทที่มาเลี้ยงฟัน รวมทั้งผ่าแล้วหน้าบวม อ้าปากไม่ได้ อาการแพ้ยา อาจเป็นยาแก้ปวด, ยาแก้อักเสบ ลดบวม ควรหยุดยาและรีบกลับมาพบทันตแพทย์ทันที โดยอาการทุกอย่างจะค่อยๆ เริ่มดีขึ้นและหายเป็นปกติภายใน 3 ถึง 7 วัน

9. หลังจากผ่าตัด 7 วัน แพทย์จะทำการนัดเพื่อตัดไหมเย็บแผล

หลังผ่าฟันคุดต้องปฎิบัติตัวอย่างไร ?

หลังการผ่าตัดหรือถอนฟันคุด มีข้อควรปฏิบัติดังนี้

1. ทันตแพทย์จะแนะนำให้กัดผ้ากอซให้แน่นเป็นเวลา 2 ชั่วโมงหลังการผ่าตัดหรือถอนฟันเป็นอย่างต่ำ

2. หากเลือดไม่หยุดไหล ควรประคบแก้มด้วยน้ำแข็งในบริเวณที่ทำการผ่าตัดหรือถอนฟัน

3. วันแรกห้ามใช้น้ำหรือน้ำยาใดๆ บ้วนปาก วันที่สองสามารถใช้น้ำยาบ้วนปากหรือน้ำเกลืออุ่นๆ ได้ โดยบ้วนเบาๆ โดยเฉพาะหลังอาหาร
4. แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากตามปกติ แต่ระมัดระวังอย่าให้โดนแผลบริเวณที่ผ่าตัดหรือถอนฟัน

5. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง

6. ห้ามใช้นิ้วหรือไม้จิ้มฟันกดหรือแคะแผล ห้ามดูดแผลเล่น

7. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ อาหารรสจัด

8. หากมีอาการบวมผิดปกติควรกลับมาพบทันตแพทย์โดยเร็ว

9. หลังจากผ่าตัด 7 วัน แพทย์จะทำการนัดเพื่อตัดไหมเย็บแผล

ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ทพญ.วณิชชญา ตั้งสำเริงวงศ์

ทันตกรรมทั่วไป (General Dentistry)

อ.ทพ.กชพล คูหารัตนไชย

ทันตกรรมทั่วไป (General Dentistry)